เผย 3 เหตุผล ยุ่งทั้งวันแต่งานไม่เดินแถมเบิร์นเอ้าท์

เผย 3 เหตุผล ยุ่งทั้งวัน แต่งานไม่เดิน แถมเบิร์นเอ้าท์

คุณเคยเห็นคนที่ยุ่งทั้งวัน แต่กลับไม่ได้งานไหม และทุกวันนี้ที่เราบอกว่ายุ่งๆๆ เรายุ่งจริงๆ หรือเปล่า? หลายคนเข้าใจไปว่าความยุ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดี ที่ใช้วัดความขยันและทำงานหนัก หลายคนจึงพยายามทำตัวเองให้ดูยุ่งตลอดเวลา จนลืมไปว่า ในความเป็นจริงแล้วความยุ่งอาจไม่ได้เท่ากับความมีประสิทธิผล แต่ตรงกันข้ามสิ่งนี้กำลังกัดกินชีวิตของเราไปทุกวัน

จากผลสำรวจของ FranklinCovey องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านการพัฒนาภาวะผู้นำและความมีประสิทธิผลที่เก็บข้อมูลเป็นเวลากว่า 6 ปี กับคนกว่า 350,000 คน พบว่าเวลาในชีวิตกว่า 40% ของพวกเขาล้วนหมดไปกับสิ่งที่ไม่สำคัญ นี่จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้รู้สึกยุ่งอยู่ตลอดเวลา และการจะก้าวข้ามความยุ่งแบบวันต่อวัน ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในยุคนี้ที่มีปัจจัยมากมายคอยขัดขวางการทำงานของเราอยู่ตลอดเวลา

Productivity Paradox: เทคโนโลยีทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นจริงหรือ?

ในยุคที่คนทำงานด้วยความรู้ แม้เทคโนโลยีจะช่วยให้เราทำงานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่วิ่งเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้งกลับทำให้ต้องเผชิญอยู่กับความยุ่งยากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในยุคไหน โดย FranklinCovey ค้นพบ 3 สาเหตุหลักที่ท้าทายการทำงานและการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่

1. มีเรื่องต้องตัดสินใจมากขึ้น

การทำงานในยุคอุตสาหกรรมที่ใช้มนุษย์เป็นแรงงาน อาจมีเรื่องให้ต้องตัดสินใจเพียงไม่กี่สิ่ง แตกต่างจากยุคของการทำงานด้วยความรู้อย่างปัจจุบันโดยสิ้นเชิง เมื่อในหนึ่งวันมีเรื่องจำนวนมากให้ต้องตัดสินใจ ไม่ว่าจะอีเมล ไม่ว่าจะโทรศัพท์ที่เข้ามาอย่างไม่ว่างเว้นและรอการตอบกลับ เราตอบสนองกับทุกสิ่งที่วิ่งเข้ามาแบบไม่รู้จบสิ้น จนลืมไปว่าสิ่งไหนกันแน่ที่เป็น “สิ่งสำคัญ” จริงๆ ที่ต้องตัดสินใจ และบ่อยครั้งที่เราพลาดสิ่งสำคัญในชีวิตไป

2. สมาธิถูกรบกวนตลอดเวลา

คนรุ่นใหม่จำนวนมากเข้ามาปรึกษาหมอเพราะเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นโรคสมาธิสั้น แต่ที่จริงแล้วพวกเขากำลังเผชิญกับวิกฤตชีวิตของคนสมัยใหม่ต่างหาก เนื่องจากในขณะที่เราพยายามใช้สมาธิกับงานจำนวนมาก แต่กลับถูกรบกวนด้วยอุปกรณ์สื่อสารตลอดเวลา ไหนจะอีเมลจากลูกค้า แชทเพื่อนที่ทักเกือบทั้งวัน ข้อความแจ้งเตือนจากเกม ทุกอย่างรอบตัวล้วนดึงสมาธิจากเราไป ซึ่งผลสำรวจพบว่า โดยเฉลี่ยแล้วเราจะถูกรบกวนทุกๆ 3 นาที และสมองมีแนวโน้มที่จะตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ รอบตัวโดยอัตโนมัติ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหากเราตอบสนองกับทุกสิ่งที่เข้ามา โดยไม่หยุดคิดและเรียนรู้ที่จะควบคุมมัน

3. วิกฤตพลังชีวิต

ทุกวันนี้เราต่างถูกกดดันให้ต้องตัดสินหลายเรื่องท่ามกลางสมาธิที่ถูกรบกวนอยู่ตลอดเวลา สมองต้องใช้พลังอย่างหนักในการคิดและตัดสินใจทุกเรื่องที่ถาโถมเข้ามา หากเปรียบกับเทคโนโลยี ชีวิตเราวันนี้ก็เหมือนถูกตั้งค่าให้อยู่ในโหมด “ON” ตลอดเวลา จนหลายคนเลิกงานแล้วกลับบ้านไปพร้อมกับความรู้สึกหมดพลัง และไม่กี่ชั่วโมงผ่านไป ก็ต้องตื่นมาเจอกับสถานการณ์เดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายเกิดเป็นวิกฤตพลังงานชีวิต ที่ดูดพลังชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานของเราไปจนหมดเหมือนไฟที่กำลังจะมอด

จะก้าวข้าม “Busy” ไปสู่ “Productivity” อย่างไร

คุณคิดว่าลำพังแค่ทักษะ “การจัดการเวลา” (time management) เพียงพอรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้หรือไม่? ดร.สตีเฟน อาร์. โควีย์ ผู้เขียนหนังสือ 7 อุปนิสัยของผู้มีประสิทธิผลสูง (The 7 Habits of Highly Effective People) กล่าวว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ต้องเริ่มเปลี่ยนที่กรอบความคิด แทนที่ทุกวันจะถามตัวเองว่า “จะทำ “ทุกสิ่ง” ให้เสร็จทันเวลาอย่างไร?” ให้เปลี่ยนเป็น “เราจะวางแผนเพื่อเลือกทำ “สิ่งสำคัญ” ที่ตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตอย่างไร” นอกจากนี้ทักษะบริหาร “การตัดสินใจ” “สมาธิ” และ “พลังงานชีวิต” ก็เป็นอีก 3 ทักษะชุดใหม่ที่ต้องฝึกฝนและลงมือทำไปพร้อมกัน แล้วคำว่า “extraordinary productivity” จะไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป

___________________

ค้นพบนิยามใหม่ของการบริหารเวลาแห่งศตวรรษที่ 21 ด้วยหลักสูตรอบรม “5 ทางเลือกสู่ผลลัพธ์เหนือขีดจำกัด” (The 5 Choices to Extraordinary Productivity) จาก FranklinCovey องค์กรชั้นนำระดับโลกด้านการพัฒนาภาวะผู้นำและความมีประสิทธิผล ที่เป็นมากกว่าแค่การจัดการเวลา แต่รวมถึงการตัดสินใจ สมาธิ และการจัดการพลังงานในชีวิต เพื่อมุ่งสู่การทำงานที่มอบผลลัพธ์เหนือขีดจำกัด และเพิ่มศักยภาพในการบรรลุเป้าหมายสำคัญของชีวิตและองค์กร

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม คลิก: http://bit.ly/2g9Lbfa

โทร.: 0 2728 0200 Ext. 103 (คุณนิด)

Subscribe to our Youtube channel to learn the latest HRD trend