7 อุปนิสัย กับหนังสือ 7 เล่ม ใน 7 วัน | 7 Habits 7 Books 7 Days

PacRim Group มีหนังสือน่าอ่าน 7 เล่มที่ทั้งสนุกและสอดแทรกข้อคิดดีๆ
เกี่ยวกับหลักการ The 7 Habits ไปพร้อมกัน เหมาะกับทุกคนในครอบครัวที่จะได้อ่านและใช้เวลาดีๆ ร่วมกัน

Habit 1: Be Proactive
เรื่อง: Salt in His Shoes: Michael Jordan in Pursuit of a Dream
แต่งโดย: Deloris Jordan

เผยเรื่องราวชีวิตวัยเด็กของ “ไมเคิล จอร์แดน” สู่การเป็นนักบาสเกตบอลระดับตำนานคนหนี่งของโลก หนังสือเล่มนี้เขียนโดยแม่ของไมเคิล จอร์แดนเอง ซึ่งเธอจะพาเราไปพบกับความลับของลูกชายที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน

ไมเคิลใฝ่ฝันมาตลอดว่าจะได้เป็นสุดยอดนักบาสเกตบอลที่ทุกคนยอมรับ แต่ตอนนั้นเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้ชอบเล่นบาสฯ ตัวเล็กที่ถูกเพื่อนแกล้งและล้อเสมอ จึง “อยากสูง” เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้เก่งกว่าใคร พ่อและแม่ของไมเคิลจึงให้คำสอนที่ล้ำค่า แม่สอนว่าถ้าอยากจะสูงก็ให้โรยเกลือใส่รองเท้า และสวดขอพรจากพระเจ้าทุกๆ วัน ส่วนพ่อสอนว่าความสูงไม่ใช่ทุกอย่าง ความมุ่งมั่นและการฝึกฝนต่างหากที่จะช่วยให้เก่ง คำสอนจากทั้งพ่อและแม่เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ไมเคิลเรียนรู้ที่จะเป็นคนโปรแอคทีฟและกล้าลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับตัวเอง โดยไม่รอคอยโชคชะตาและก้าวข้ามคำสบประมาทจากคนรอบข้างได้ในที่สุด

สัมผัสเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจให้เดินตามความฝันด้วยความมุ่งมั่นและวิธีคิดแบบโปรแอคทีฟกับหนังสือเล่มนี้นะครับ


Habit 2: Begin with the End in Mind
เรื่อง: Where Do You Think You’re Going, Christopher Columbus?
แต่งโดย: Jean Fritz

หนังสือเล่มนี้คืออัตชีวประวัติของ “คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส” ฉบับอ่านง่ายและสนุกเกี่ยวกับการเดินทางสำรวจเพื่อค้นพบโลกใหม่ที่กลายเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าใครจะคาดคิด ถ้าคุณคิดว่ารู้จักโคลัมบัสดี ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดูใหม่ครับ

เมื่อคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เริ่มต้นออกเดินเรือเพื่อค้นหาเส้นทางการค้าใหม่ๆ และได้พบกับความโกลาหลนับครั้งไม่ถ้วน แม้จะเดินทางมาหลายสัปดาห์ แต่ก็ไร้วี่แววที่จะพบแผ่นดินใหญ่ ลูกเรือหลายคนบอกให้เขายอมแพ้ แต่เขาไม่เคยคิดเช่นนั้น อุปสรรคต่างๆ ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจที่จะมองที่เป้าหมายลดลงไปเลยสักครั้ง เรือยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไปด้วยความหวังและเป้าหมายที่เด็ดเดี่ยวที่จะเดินข้ามมหาสมุทรอันไกลโพ้นจนกระทั่งบังเอิญค้นพบโลกใหม่หรือทวีปอเมริกาในปัจจุบัน

หนังสือเล่มนี้นอกจากจะทำให้รู้จัก “คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส” ดียิ่งขึ้นในมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อนแล้ว ยังได้เรียนรู้ว่าความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ใดๆ ก็ตามล้วนเริ่มต้นจากจุดมุ่งหมายในใจที่ชัดเจนทั้งสิ้นครับ

Habit 3: Put First Things First
เรื่อง: The Carrot Seed
แต่งโดย: Ruth Krauss

หนังสือภาพเล่มเล็กๆ สุดคลาสสิกอายุกว่า 70 ปี ที่ได้ชื่อว่าเป็นเล่มที่ปฏิวัติรูปแบบการพิมพ์หนังสือภาพสำหรับเด็กไปตลอดกาล เน้นการเล่าเรื่องแบบง่าย ๆ ที่ใช้คำเพียง 101 คำ แต่กลับลึกซึ้งด้วยความหมายและคติสอนใจที่ฝึกให้เด็กๆ รู้จักคำว่า “อดทน รอได้”

เด็กชายตัวน้อยๆ คนหนึ่งเลือกทำสิ่งที่สำคัญก่อนเมื่อเขาเริ่มต้นปลูกเมล็ดแครอท เขารอคอยอย่างอดทน ทะนุถนอมเอาใจใส่เป็นอย่างดี แม้ทุกคนจะบอกเสมอว่า “ปลูกไม่ขึ้นหรอก” แต่เด็กชายก็ยังคงเฝ้ารดน้ำและถอนวัชพืชต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ ไม่หวั่นต่อเสียงของคนรอบข้าง เขามุ่งมั่นทำสิ่งสำคัญทุกๆ วัน และแล้ววันหนึ่ง… ต้นแครอทก็งอกขึ้นมาดังที่เด็กชายตั้งใจไว้

ผู้ปกครองท่านใดที่อยากปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความความมุ่งมั่นทำสิ่งสำคัญและการอดทนรอผลสำเร็จในระยะยาวให้กับเด็กๆ ลองไปหาหนังสือภาพสุดคลาสสิกเล่มนี้มาให้น้องๆ อ่านได้นะครับ

Habit 4: Think Win-Win
เรื่อง: Hiawatha: Messenger of Peace
แต่งโดย: Dennis Brindell Fradin

วรรณกรรมย้อนประวัติศาสตร์ชาวอินเดียนแดงสุดคลาสสิกที่ถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ ผ่านภาพแผนที่ประกอบ ภาพถ่าย และภาพวาดรวมกว่า 20 ภาพ ที่มาจากฝีมือของศิลปินพื้นเมืองสมัยใหม่

เรื่องราวว่าด้วย “ไฮอาวาธา” ชาวอินเดียนแดงผู้ผ่านพ้นประสบการณ์ความเจ็บปวดในวัยเด็กจากการที่ครอบครัวของเขาถูกสังหารอย่างน่าสลด แต่สุดท้ายก็ได้รู้จักการให้อภัยผู้ใดก็ตามที่ปองร้ายด้วยพลังความมุ่งมั่นของการคิดแบบชนะ-ชนะ และได้กลายเป็นผู้สร้างสันติภาพระหว่างการต่อสู้ระหว่างชนเผ่าและสามารถทำให้คนของพวกเขาสามารถหลอมรวมเป็นปึกแผ่นและอยู่รอดมาได้ตลอด 300 ปี หลังจากที่เขาลาจากโลกไป

ประเด็นน่าสนใจที่ทำให้ Hiawatha: Messenger of Peace แตกต่างจากวรรณกรรมชิ้นอื่นๆ ที่มักพูดถึงตัวละคร “ไฮอาวาธา” ในฐานะคนที่มีพลังเหนือธรรมชาติ แต่หนังสือเล่มนี้กลับเลือกที่จะบอกเล่าชีวิตของตัวละครตัวนี้ในฐานะคนๆ หนึ่งที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว สำหรับใครที่แฟนหนังสือแนวย้อนประวัติศาสตร์ และชอบดูภาพประกอบแนวคลาสสิก ขอบอกว่าเล่มนี้ต้องห้ามพลาดเลยนะครับ

Habit 5: Seek First to Understand, Then to Be Understood
เรื่อง: Rules
แต่งโดย: Cynthia Lord

หนังสือเล่มนี้จะพาผู้อ่านไปสัมผัสถึงความงดงามและความซาบซึ้งของการเกิดมาแตกต่างที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทางสังคมใดๆ

เรื่องมีอยู่ว่า แคเธอรีน เด็กหญิงอายุ 12 อยากใช้ชีวิตแบบ “ปกติ” เหมือนคนทั่วไป แต่เธอมีน้องชายชื่อว่าเดวิดที่ “ไม่ปกติ” เพราะเป็นออธิสติก แต่แคเธอรีนก็รักน้องมากและพยายามที่สอน “กฎกติกา” การใช้ชีวิตในสังคม เพื่อไม่ให้น้องทำอะไรที่น่าอายต่อหน้าคนอื่น แต่เมื่อได้พบกับเจสัน เพื่อนแสนดีคนใหม่ที่ป่วยเป็นอัมพาต และคริสตี้ เพื่อนสาวข้างบ้านที่เป็นคน “ปกติ” แต่กลับมีพฤติกรรมที่เกินจะรับได้ เหตุการณ์ต่างๆ ทำให้แคเธอรีนเรียนรู้ที่จะไม่ตัดสินใครจากภายนอกเปิดใจรับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ มองคนอื่นจากมุมมองของเขา ไม่ใช่จากมุมมองของตนเอง และถามตนเองว่าจริงๆ แล้วอะไรคือสิ่งที่เรียกว่า “ปกติ”

ใครว่างๆ ขอแนะนำให้ลองหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านดูนะครับ แล้วจะรู้ว่า “หนังสือดีไม่ได้ดูกันแค่ที่หน้าปก” หากแต่ต้องดูให้ลึกถึงความงามที่ซ่อนอยู่ในตัวหนังสือ

Habit 6: Synergize
เรื่อง: A Wrinkle in Time
แต่งโดย: Madeleine L’Engle

หนังสือเล่มนี้ไม่ธรรมดา เพราะนอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นวรรณกรรมเยาวชนวิทยาศาสตร์ที่โด่งดังตลอดกาลแล้ว ยังถูกนำไปสร้างสรรค์เป็นการ์ตูน และล่าสุดค่ายหนังขวัญใจเด็กๆ อย่าง Disney ก็กำลังเนรมิตเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีที่แฟนๆ ทั่วโลกรอคอย อีกด้วย

ร่วมผจญภัยในอวกาศและมิติเวลากับเม็ก เมอร์รี่ สาวน้อยผู้ไม่เคยมั่นใจในตัวเอง ชาร์ลส์ วอลเลซ น้องชายจอมลึกลับ และคาลวิน โอ’คีฟ เพื่อนรักนักกีฬาโรงเรียนสุดป็อป เพื่อตามหาพ่อนักวิทยาศาสตร์ที่หายตัวไปอย่างลึกลับในขณะการทดลอง ความสนุกเกิดขึ้นเมื่อ 3 คนที่แตกต่างกันต้องมารวมตัวกันเพื่อออกผจญภัยผ่านช่วงเวลาและอวกาศ แต่ระหว่างการเดินทางกลับมีอุปสรรคและบททดสอบมากมายที่ทำให้พวกเขาต้องร่วมมือกันต่อสู้และสามัคคีกัน พวกเขาทุกคนได้เรียนรู้ที่จะใช้จุดแข็งของแต่ละคน ผนึกพลังประสานความต่าง เพื่อฝ่าฝันภารกิจให้สำเร็จในที่สุด

ฝึกฝนจินตนาการ พร้อมเรียนรู้คุณค่าของความแตกต่างผ่านวรรณกรรมเล่มโปรดของใครหลายคนทั่วโลก และหากใครเป็นคอหนัง Disney ปีหน้าก็ต้องห้ามพลาด รับประกันว่าสนุกอย่างกับได้หลุดเข้าไปอีกมิติหนึ่งแน่นอน

Habit 7: Sharpen the Saw
เรื่อง: The Chalk Box Kid
แต่งโดย: Clyde Robert Bulla

วรรณกรรมเล่มบางความยาวเพียง 50 กว่าหน้าที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดจินตนาการได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และหนึ่งในหนังสือเล่มโปรดของเด็กหลายคนทั่วโลก

คงไม่ง่ายนักเมื่อ เกรกอรี่ เด็กชายอายุ 9 ขวบ ต้องย้ายบ้านและโรงเรียนไปเจอกับสังคมใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย และบ้านใหม่ที่ไม่มีสวนให้วิ่งเล่น ทำให้ต้องพยายามออกตามหาของเล่นชิ้นใหม่เพื่อบรรเทาเรื่องแย่ๆ มากมายในชีวิต จึงได้พบกับโรงงานสีชอล์คร้างไม่ไกลจากบ้าน ที่นั่นเกรกอรี่มีความสุขมากกับการได้ใช้สีชอล์คขีดเขียนวาดรูปบนกำแพงที่เปรียบเสมือนกระดาษแผ่นใหญ่ และปลดปล่อยจินตนาการให้โลดแล่นอย่างอิสระ ท้ายที่สุด ก็ได้เรียนรู้ว่างานศิลปะทั้งหมดที่สร้างสรรค์ขึ้นมาไม่เพียงเยียวยาความเศร้า แต่ยังช่วยขัดเกลาและเติมเต็มจิตใจดวงน้อยให้มีความสุขกับคนรอบข้างและสิ่งต่างๆ รอบตัวมากขึ้นอีกด้วย

แม้จะเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมายในชีวิต แต่การลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอหรือการหมั่นเติมพลังให้กับร่ายกาย จิตใจ สมอง และจิตวิญญาณ จะทำให้ค้นพบความสุขในชีวิตอย่างเกรกอรี่ครับ


___________________________________

ติดตามข่าวและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line: https://lin.ee/kyTQlvz
Youtube: https://pacrim.link/tipstotop
Spotify: https://pacrim.link/spotify
Facebook: https://pacrim.link/pacrimfb
Website: https://www.pacrimgroup.com/

Subscribe to our Youtube channel to learn the latest HRD trend