ในโลกยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง นาทีเดียวก็อาจพลิกชะตาของธุรกิจได้ องค์กรที่จะอยู่รอดในอนาคตอาจไม่ใช่องค์กรที่แข็งแกร่งที่สุดในวันนี้ แต่คือองค์กรที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ไวอยู่เสมอ ไม่ว่าปัจจัยภายนอกจะพลิกผันไปอย่างไร ซึ่งองค์ประกอบสำคัญที่สุดคือผู้นำและบุคลากรในองค์กรทุกระดับ ที่พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีคิด กระบวนการทำงาน และเปิดรับต่อการเปลี่ยนแปลง ระบบ กฎเกณฑ์ ตลาด ผู้บริโภค รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ
กลุ่มบริษัทแพคริม ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้านการพัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพของบุคลากรและองค์กร ตระหนักดีว่าความสำเร็จที่ยั่งยืนนั้นไม่ได้มาจากกลยุทธ์ที่เฉียบคม หรือเทคโนโลยีสุดล้ำเพียงลำพัง แต่ยังมาจากขีดความสามารถในการนำการเปลี่ยนแปลงของผู้นำและวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างผลการดำเนินงานที่มีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
ในงาน Chief Result Officers (CROs) Forum: “Transform to Perform” ที่จัดขึ้นโดยแพคริมเมื่อเร็ว ๆ นี้ คุณพรทิพย์ อัยยิมาพันธ์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทแพคริมได้ตอกย้ำจุดยืนของเราในการเป็น “Your Trusted People and Organizational Performance Partner” พร้อมนำเสนอหลักการ frameworks และเครื่องมือจากพันธมิตรระดับโลกของแพคริม ที่ช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและก้าวสู่ความเป็นเลิศได้อย่างยั่งยืน
พลิกการเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาส
คุณ Curtis Bateman ผู้ร่วมเขียนหนังสือ Change: How to Turn Uncertainty into Opportunity และรองประธานอาวุโสของ FranklinCovey ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรระดับโลกของแพคริม เน้นย้ำว่าโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแม้ว่าสิ่งเหล่านี้อาจดูน่าหวาดหวั่น แต่คุณ Curtis มองว่าในขณะเดียวกัน “การเปลี่ยนแปลงสามารถนำไปสู่โอกาสอันยิ่งใหญ่ได้มากมาย”
ผลการศึกษาของ McKinsey พบว่า 70% ของโครงการริเริ่มเชิงกลยุทธ์ในองค์กรต่าง ๆ ล้มเหลว ขณะที่ข้อมูลจาก IBM ชี้ว่า 75% ของโครงการเปลี่ยนแปลงไม่บรรลุผลตามที่ตั้งเป้าไว้ โดยมีสาเหตุหลักมาจาก “ความไม่สอดคล้องกัน” (alignment) ในการดำเนินการ ซึ่งหมายความว่าแม้จะมีกลยุทธ์ที่ดีเพียงใด แต่หากขาด execution system ที่ดี รวมถึงความสม่ำเสมอในการปฏิบัติตามกลยุทธ์และแผนงานที่วางไว้ ผลลัพธ์ก็อาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
คุณ Curtis ได้นำเสนอ “รูปแบบการเปลี่ยนแปลง” (Change Model) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์หลายปีของ FranklinCovey ในการทำงานร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก รูปแบบนี้ช่วยให้เข้าใจถึงเส้นทางการเปลี่ยนแปลงที่คาดการณ์ได้ โดยแบ่งเป็น 4 โซน ได้แก่ สถานะที่เป็นอยู่ (Status Quo), การหยุดชะงัก (Disruption), การปรับตัว (Adoption) และนวัตกรรม (Innovation) การที่องค์กรติดอยู่ในโซนการหยุดชะงักและการปรับตัวนานเกินไปจะนำมาซึ่ง “ต้นทุน” ที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภาพที่ลดลง การมีส่วนร่วมของพนักงานที่ต่ำลง หรือความพึงพอใจของลูกค้าที่ลดลง เป้าหมายของรูปแบบการเปลี่ยนแปลงคือการช่วยให้องค์กรผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านี้ไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คุณ Curtis ยังได้ให้หลักการสำคัญ 4 ประการในการนำการเปลี่ยนแปลงให้ประสบความสำเร็จ:
- ใช้กรอบความคิดที่ชัดเจน (Utilize a Framework): การมีกรอบความคิดร่วมกันจะช่วยสร้างภาษาที่เข้าใจตรงกันและลดความสับสนในการสื่อสาร
- ผู้นำต้องเป็นผู้ขับเคลื่อน (Change is Leader-LED): ผู้นำต้องมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงตลอดกระบวนการ ไม่ใช่แค่ประกาศนโยบายแล้วหวังว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ
- สร้างการมีส่วนร่วม (Engage People): การเปลี่ยนแปลงจะประสบความสำเร็จได้อย่างจริงแท้และยั่งยืนก็ต่อเมื่อพนักงานทุกคนเข้าใจ และร่วมแรงใจกันผลักดันให้สำเร็จ มากกว่าแค่ทำตามคำสั่งตามลำดับชั้น
- ใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง (Sustain Effort): การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่กิจกรรมครั้งเดียวจบ แต่ต้องอาศัยความพยายามและทุ่มเทอย่างต่อเนื่อง
เปิดตัวครั้งแรกในไทย: “The 7 Habits 5.0”
ในงาน CRO Forum นี้ยังได้มีการเปิดตัวหลักสูตร “7 อุปนิสัยของผู้มีประสิทธิผลสูง ” (The 7 Habits of Highly Effective People) เวอร์ชันใหม่ล่าสุด 5.0 ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งคุณ Curtis เปิดเผยว่ามีคนถามเขาอยู่เสมอว่าทำไมถึงต้องมีการปรับปรุงหลักสูตรนี้ซึ่งได้รับความไว้วางใจเชื่อถือจากผู้นำและบุคคลต่าง ๆ กว่า 40 ล้านคนทั่วโลก ตลอดสามทศวรรษที่ผ่าน และได้รับการยอมรับว่าเป็น “หลักการไร้กาลเวลา” (timeless principles) ที่ไม่มีวันล้าสมัย
โดยเขาอธิบายว่า แม้หลักการพื้นฐานของ 7 อุปนิสัยจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่รูปแบบการสอนและการเรียนรู้จำเป็นต้องปรับให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อให้เข้าถึงผู้เรียนรุ่นใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย หลักสูตร The 7 Habits 5.0 เวอร์ชันใหม่ล่าสุดนี้ จึงได้มีการเพิ่มเติมแอปพลิเคชันและตัวอย่างต่าง ๆ ที่ทันยุคสมัยมากขึ้น มีการปรับเนื้อหา คำ วิดีโอและส่วนต่าง ๆ ให้กระชับและเข้าใจง่าย เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน
แพคริม: พันธมิตรเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
ปิดท้ายงานด้วยสารสำคัญจาก คุณวิกรม สกุลยานนท์ Director of Organization Performance Solutions ของแพคริม ซึ่งเน้นว่าในยุคที่ผู้นำต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง แพคริมไม่ได้เป็นแค่ “บริษัทฝึกอบรม” แต่คือ “พันธมิตรด้านผลลัพธ์” (Performance Partner) ที่ช่วยองค์กรปิดช่องว่างระหว่างกลยุทธ์และการปฏิบัติจริง โดยใช้แนวทาง “Greatness Framework” ซึ่งครอบคลุมเป้าหมาย 4 มิติ ได้แก่ 1.ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เหนือกว่าและยั่งยืน 2.ลูกค้าที่ภักดีและกลับมาใช้บริการ 3.พนักงานที่มีส่วนร่วมและเติบโต และ 4.การสร้างคุณค่าที่แตกต่างให้กับสังคม
“ในโลกที่การเปลี่ยนแปลงคือความแน่นอนเพียงหนึ่งเดียว การมีพันธมิตรที่เข้าใจทั้ง ‘กลยุทธ์’ และ ‘คน’ คือสิ่งที่องค์กรไทยควรต้องมี” คุณวิกรมกล่าวในที่สุด
หากคุณกำลังมองหา Performance Partner ที่เข้าใจทั้ง “คน” และ “กลยุทธ์” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน รับคำปรึกษาเบื้องต้นจากเราฟรี คลิกเลย https://pacrim.link/a4h







