หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “Execution Eats Strategy for Lunch” หรือ “การลงมือทำ รับประทานกลยุทธ์เป็นอาหารเช้า”
ก็เพราะว่ากลยุทธ์ดี ๆ นั้นอาจไร้ความหมาย หากผู้นำหรือผู้บริหารองค์กรไม่สามารถขับเคลื่อนให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้
ในส่วนของสาเหตุนั้น งานวิจัยโดย FranklinCovey บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำที่มีเครือข่ายกว่า 160 ประเทศทั่วโลก ระบุถึงปัจจัยหลักหรือที่มาของปัญหา “Execution Gap” หรือช่องว่างระหว่างเป้าหมายกับการลงมือปฏิบัติไว้ 4 ข้อดังนี้
1.ไม่รู้
ผลการศึกษาพบว่ามีพนักงานเพียง 15% ที่สามารถระบุถึงเป้าหมายและลำดับความสำคัญสูงสุดขององค์กรที่ตนเองทำงานอยู่ได้
2.ไม่อิน
ผลการศึกษาพบว่ามีพนักงานแค่ 19% ที่บอกว่าพวกเขามีแพสชันหรือความมุ่งมั่นที่อยากจะทำเป้าหมายสำคัญสูงสุดขององค์กรให้บรรลุผลสำเร็จ
3.ไม่มีเวลา
พนักงานในองค์กรที่ร่วมในการสำรวจระบุว่าตนใช้เวลาน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง (49%) ของเวลาทำงานกับเป้าหมายสำคัญสูงสุดขององค์กร
4.ไม่รู้จะช่วยยังไง
51% ของพนักงานไม่ทราบหรือไม่เข้าใจว่าตนเองจะมีส่วนช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร
แล้วเราจะต้องทำอย่างไร?
ขั้นตอนแรกคือการทำ “Alignment of Priorities”
เพื่อปิด Execution Gap ในเรื่องของความไม่รู้ ผู้บริหารต้องพยายามทำให้พนักงานส่วนใหญ่ในองค์กร “รู้” ว่าเป้าหมายสำคัญขององค์กรคืออะไร โดยการสื่อสารที่ชัดเจน เข้าใจง่าย สามารถโน้มน้าวให้คนอยากทำตาม และเข้าถึงพนักงานทุกระดับ
รวมถึงสามารถสร้างความเชื่อมโยงหรือ “Alignment” ให้เกิดขึ้นระหว่างเป้าหมายขององค์กรกับเป้าหมายของพนักงานในส่วนต่าง ๆ เพราะบ่อยครั้งเราพบว่า พนักงานมักจะมีสิ่งที่เรียกว่า “”Functional Mindset” หรือมีความโน้มเอียงในการให้ความสำคัญกับเรื่องในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนกหรือส่วนงานที่ตัวเองทำอยู่ หรือในอีกด้านหนึ่ง “ภาษา” ของผู้บริหารกับ “ภาษา” ของพนักงานส่วนใหญ่อาจจะไม่เหมือนกัน เราพบว่าโลกของผู้บริหารมักจะเป็นโลกของ “Business Performance” ที่ประกอบด้วยตัวเลขสำคัญต่าง ๆ เช่น มาร์จิ้น อัตราการเติบโต กระแสเงินสด กำไร ฯลฯ ขณะที่โลกของพนักงานมักจะโฟกัสกันที่ “Operational Performance” เช่น ประสิทธิภาพ ผลิตภาพ การควบคุมต้นทุน คุณภาพ ความปลอดภัย ฯลฯ
เคล็ดลับความสำเร็จคือการตั้งเป้าหมายที่เชื่อมโยงของ “ทั้งสองโลก” ซึ่งจะทำให้พนักงานสามารถมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างงานที่ตนเองกำลังทำอยู่ กับเป้าหมายสำคัญสูงสุดขององค์กร ตัวอย่างที่ดีอันหนึ่งคือ Copa Airlines สายการบินจากทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งซีอีโอได้นำเอา On-time Arrival หรืออัตราความตรงเวลาของเที่ยวบินเป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุดขององค์กร โดยกำหนดให้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่อยู่ในอัตราที่ต่ำกว่า 50% เป็น 85% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่พนักงานทุกคนเข้าใจและสามารถมีส่วนช่วยในการทำให้บรรลุผลสำเร็จได้ ทำให้สายการบินสามารถพลิกจากขาดทุนเป็นสายการบินที่มีกำไร เติบโตและได้รับความเชื่อถือจนวันนี้ได้กลายเป็นสายการบินลำดับต้น ๆ ของภูมิภาค
ขั้นตอนที่ 2 คือการวัดอิมแพค (Measuring Impact) เพื่อทำให้พนักงาน “อิน” จะได้จัดสรรเวลา และทำให้สำเร็จ
องค์กรส่วนใหญ่มักจะชอบวัดแต่เป้าหมาย เคล็ดลับความสำเร็จคือการวัด “อิมแพค” ควบคู่ไปกับเป้าหมาย
ตัวอย่างหนึ่งคือบริษัทประกันแห่งหนึ่ง ซึ่งทางทีมทีมที่ปรึกษาจาก “แพคริม” ตัวแทนแต่เพียงผู้เดียวในไทยของ FranklinCovey ได้เข้าไปช่วยทำ Execution System ให้โดยใช้คอนเทนต์เครื่องมือและเทคโนโลยีจากโซลูชัน The 4 Disciplines of Execution (4DX) โดยเราพบว่าบริษัทนี้มีการตั้งเป้าหมายไว้มากมาย เช่น เป้ายอดขาย เป้าจำนวนครั้งการโทรหาลูกค้า ฯลฯ แต่ขาดการวัดอิมแพค ซึ่งเราได้ให้คำแนะนำบริษัทในการวิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จจากการโทร และพบว่าหากตัวแทนขายสามารถพูดคุยกับลูกค้าได้ 8 นาทีขึ้นไป อัตราความสำเร็จจะสูงขึ้นเป็นอย่างมาก
คำแนะนำนี้ทำให้พนักงานขายมีโฟกัสในการทำงานมากขึ้น จากเดิมที่เน้นแต่จำนวนครั้งที่โทร และต่อจากนั้นก็ได้เรียนรู้และวิเคราะห์ต่อไปว่าตัวแทนขายที่ประสบความสำเร็จนั้น มักจะคุยในเรื่องอะไร หรือคุยอย่างไรกับลูกค้า แล้วนำข้อมูลนี้ไปแบ่งปันให้กับทีมขายคนอื่น ๆ ส่งผลให้บริษัทสามารถปิดการขายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
“Play to Win”
การเฝ้าติดตามและวัดผลคือปัจจัยความสำเร็จในการ Execute กลยุทธ์หรือแผนการใด ๆ
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือการสร้างการมีส่วนร่วมจากพนักงานที่เป็นผู้ลงมือปฏิบัติตามกลยุทธ์ ที่มีความกะตือรือล้นและเต็มใจที่อยากจะช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายนั้น ๆ ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ 4DX คือ Scoreboard หรือตารางคะแนนที่พนักงานจะนำมาใช้ในการวัดและติดตามผลความสำเร็จของทีมของเขาเอง ประหนึ่งกำลังเชียร์กีฬาที่พวกเขากำลังเล่นอยู่ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือหัวใจสำคัญคือการทำให้ตารางคะแนนนี้เป็น “Player’s Game” ไม่ใช่ “Management’s Game” ที่พวกเขาในฐานะผู้เล่นมีความสนุกไปกับการ “เล่นเพื่อชนะ” (Play to Win)
3.Make Achievement Matters
ส่วนนี้คือจิ๊กซอว์ที่สำคัญ เพราะเมื่อพนักงานสามารถบรรลุเป้าหมายในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละขั้นตอนได้สำเร็จ ชัยชนะนั้นจะต้องมีคนเห็น มีคนสนใจ ซึ่งเรื่องนี้เป็นบทบาทสำคัญของผู้บริหารที่จะต้องแสดงให้ทีมงานเห็นว่าชัยชนะของพนักงานนั้นมีความสำคัญและมีความหมาย และสามารถจุดประกายไฟที่ลุกโชนขึ้นมาแล้วนี้ไม่ให้มอดดับลงไป แต่ยังคงสว่างไสวอย่างต่อเนื่อง เกิดเป็นวัฒนธรรมใหม่ขององค์กรที่ทุกคนอยากมีส่วนช่วยทำให้เป้าหมายสำคัญขององค์กรสำเร็จ และแข่งขันกันทำผลงานให้สำเร็จอย่างต่อเนื่อง
#############
แพคริมช่วยท่านได้อย่างไร?
องค์กรที่สนใจอยากเพิ่มอัตราความสำเร็จในการขับเคลื่อนกลยุทธ์และเป้าหมายให้ประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืน ท่ามกลางปัจจัยความไม่แน่นอนและความเสี่ยงมากมายในปี 2567 แพคริมสามารถช่วยท่านได้ 3 รูปแบบดังนี้
1.Goal Alignment Workshop (1 วัน)
จัดทำ Goal Alignment เวิร์กชอปให้กับทีมผู้บริหาร เพื่อกำหนดเป้าหมายและลำดับความสำคัญ สร้างความเชื่อมโยงกับพันธกิจและแผนกลยุทธ์ขององค์กร กำหนดลำดับความสำคัญของส่วนงานด้านต่าง ๆ รวมถึงแผนการสื่อสารเพื่อสร้างการ Buy-in ของพนักงานในทุกระดับ
(มี Special Promotion สำหรับองค์กรที่ต้องการทำ Goal Alignment ให้กับทีมบริหารในช่วง Year-end ก่อนสิ้นปี 2566 นี้)
2.Strategy Execution Workshop (2 วัน)
สำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับขีดความสามารถของทีมงานในการ Execute แผนงาน
และกลยุทธ์ให้ประสบผลสำเร็จ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของทีมงาน (Pull System) จะได้
เรียนรู้ 3 ขั้นตอนสำคัญในการทำ Execution System ให้ประสบผลสำเร็จ (Alignment,
Measurement, Achievement)
3.Execution Design & Implementation (6-12 เดือน)
สำหรับองค์กรที่ต้องการให้ทีมที่ปรึกษาแพคริมเข้าไปช่วยอิมพลีเมนต์การทำ Execution
System อย่างเต็มรูปแบบ ตามโจทย์และความต้องการขององค์กร ตั้งแต่เริ่มต้น
กระบวนการออกแบบ ไปจนถึงการวัดผลสำเร็จของโครงการ
ติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือรับข้อเสนอพิเศษ โทร 094-151-9159 หรือ อีเมล Charinrat_t@pacrimgroup.com
*สรุปและเรียบเรียงจากงานสัมมนาสดออนไลน์ “Execute Your Top Goals Successfully in 2024” โดยกฤตย์ ลีลาเลิศอำไพ ที่ปรึกษาอาวุโสแพคริม เมื่อ 16 พ.ย.2566







