7 กรอบความคิด พิชิตความสำเร็จในยุคแห่งความรู้

7 กรอบความคิด พิชิตความสำเร็จในยุคแห่งความรู้

7 กรอบความคิด พิชิตความสำเร็จในยุคแห่งความรู้

7 กรอบความคิด พิชิตความสำเร็จในยุคแห่งความรู้

ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในยุคที่ “ความรู้” กลายเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่เป็นหัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหรือที่เรียกว่า “ยุคแห่งความรู้” ยุคที่ศักยภาพสูงสุดของมนุษย์ถูกดึงออกมาใช้ และประสิทธิภาพในการทำงานพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในยุคไหนๆ

เนธาน เมียร์โวลด์ อดีตผู้บริหารงานเทคโนโลยีสารสนเทศแห่ง Microsoft เคยกล่าวว่า “นักพัฒนาซอฟต์แวร์เก่งๆ ระดับแถวหน้าสามารถผลิตงานที่มีประสิทธิภาพได้มากกว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วไป ไม่ใช่แค่ 10 เท่า 100 เท่า หรือ 1,000 เท่า… แต่มากถึง 10,000 เท่า”

ความสำเร็จขององค์กรในยุคนี้อยู่ที่ประสิทธิภาพในการงานท่ามกลางความท้าทายที่ต้องสร้างผลงานให้มากขึ้น ด้วยทรัพยากรที่น้อยลงและมีอยู่อย่างจำกัด อะไรคือกรอบความคิด ทักษะ และเครื่องมือ ที่จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จในยุคที่คนทำงานด้วยความรู้ ผู้นำองค์กรที่บริหารงานแบบ “จัดการและควบคุม” เหมือนในยุคอุตสาหกรรมจะยังตอบโจทย์อยู่หรือไม่ นี่คือคำตอบจาก ดร. สตีเฟน อาร์. โควีย์ ผู้เขียนหนังสือ 7 อุปนิสัยของผู้มีประสิทธิผลสูง (The 7 Habits of Highly Effective People)

ยุคแห่งความรู้: ยุคแห่งการ “ปลดปล่อยศักยภาพ”

หากดูจากตาราง แล้วสรุปให้เข้าใจถึงกรอบความคิดที่เป็นหัวใจสำคัญของยุคแห่งความรู้ก็คือ “เราจัดการกับสิ่งของ แต่เราใช้วิธีนำผู้คน” ซึ่งต้องเริ่มจากการสลัดกรอบความคิดแบบควบคุมเหมือนผู้จัดการในยุคอุตสาหกรรมที่มองคนเป็นเพียงแรงงานออกไปเสียก่อน เพราะโจทย์ใหญ่ขององค์กรในยุคที่คนทำงานด้วยความรู้ไม่ใช่ “จะจัดการ” คนในองค์กรอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ? แต่คือ องค์กรจะ “ปลอดปล่อยศักยภาพ” ที่มีอยู่ในตัวทุกคนออกมาอย่างไรให้มากที่สุด?”

ฉะนั้น จาก “ผู้จัดการ” ในยุคอุตสาหกรรม ที่มีความหมายเป็นเพียงตำแหน่งของผู้ออกคำสั่งจะเปลี่ยนไปสู่ “ผู้นำ” ในยุคแห่งความรู้ ที่สร้างศรัทธา ความไว้วางใจ และสร้างแรงบันดาลใจเพื่อดึงความเป็นเลิศของแต่ละคนออกมาให้ได้มากที่สุด ทั้งยังเป็นผู้ที่คอยสนับสนุน และขับเคลื่อนให้ทุกคนและทุกระบบในองค์กรเดินหน้าสู่ความสำเร็จไปพร้อมๆ กัน

“ผลลัพธ์เหนือขีดจำกัด” (extraordinary productivity) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอในยุคแห่งความรู้ หากทุกคนในองค์กรได้รับมอบหมายความรับผิดชอบด้วยความไว้วางใจ มีโอกาสได้ใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ ในวัฒนธรรมที่ให้คุณค่ากับการพึ่งพาสนับสนุนกัน มองคนในองค์กรเป็นเสมือนเพื่อนที่ร่วมรับผิดชอบ ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพื่อเป้าหมายสำคัญขององค์กร ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ สติปัญญา จะถูกสร้างและต่อยอดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งเป็นพลังขับเคลื่อนที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในองค์กรที่มีวัฒนธรรมเดิมๆ แบบควบคุม ที่ต่างคนต่างทำงานตามตำแหน่งหน้าที่หรือคำสั่ง

จากอดีตที่มนุษย์ให้คุณค่ากับเครื่องจักรในการผลิตงาน สู่ปัจจุบันและอนาคตที่ความรู้และทักษะของคนคือหัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์งาน โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาล กรอบความคิด ทักษะและเครื่องมือ ที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จก็เช่นกัน คำถามคือวันนี้องค์กรของเราพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้มากน้อยแค่ไหน

ขอขอบคุณ: FranklinCovey

Subscribe to our Youtube channel to learn the latest HRD trend

Subscribe to our Youtube channel to learn the latest HRD trend