21st century

ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่เด็กยุคใหม่ไม่มี… ไม่ได้

ในโลกแห่งศตวรรษที่ 21 สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วอย่างที่ผู้ใหญ่อย่างเราเองก็คาดไม่ถึง เมื่อหันมามองที่เยาวชน ก็เกิดคำถามว่า แล้วอะไรจะทำให้ลูกหลานของเราพร้อมรับมือกับโลกในวันข้างหน้า ความรู้ความสามารถในห้องเรียนสี่เหลี่ยม คะแนนสอบ หรือเกรดไม่อาจวัดและรับประกันความสำเร็จได้อีกต่อไป ทำอย่างไรจึงจะทำให้เยาวชนก้าวไปได้ไกลกว่า ‘การเก่งวิชาการ’ สู่ ‘การเก่งชีวิต’ หรือเรียกว่า ‘การมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21’

‘ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21’ หรือ ‘ทักษะชีวิต’ มีคำจำกัดที่หลากหลาย แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ การมุ่งพัฒนา ‘ผลจากการเรียนรู้’ คือ สามารถแก้ปัญหา คิดวิเคราะห์ ทำงานเป็นทีม และที่สำคัญคือมีภาวะผู้นำในตนเอง

The Partnership for 21st Century Skills, 2011 กำหนดว่าความรู้และทักษะต่อไปนี้ คือสิ่งที่เด็กในศตวรรษที่ 21 ต้องมี ได้แก่

ความรู้ด้านวิชาการ ได้แก่ การอ่าน การเขียน คณิตศาสตร์ และแนวคิดหลักอื่นๆ ในโลกปัจจุบัน เช่น การเงินพื้นฐาน เศรษฐกิจ ธุรกิจ การเป็นพลเมืองดี สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และจิตสำนึกต่อโลก
ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
ทักษะชีวิตและอาชีพ ได้แก่ ภาวะผู้นำ ความรับผิดชอบ ความยืดหยุ่น การปรับตัว การเข้าสังคมและวัฒนธรรม
ทักษะด้านข้อมูล สื่อ และเทคโนโลยี ได้แก่ การใช้สารสนเทศ การรู้เท่าทันสื่อ การใช้เทคโนโลยี และการสื่อสาร
ถ้าถามว่าทักษะทั้ง 4 ข้อนี้สำคัญแค่ไหน คงไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่สำคัญ แต่คำถามที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ทั้งที่เราทุกคนรู้ว่าสำคัญ แต่ทำไมเด็กไทยส่วนใหญ่ยังคิดวิเคราะห์ไม่เป็น แก้ปัญหาไม่ได้ สื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่นลำบาก และขาดสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งๆ ที่สิ่งเหล่านี้เป็นทักษะที่พัฒนาและฝึกฝนได้ เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กแบบ ‘องค์รวม’ (whole child) คือทั้ง 4 มิติ ได้แก่ กายภาพ อารมณ์ สติปัญญา และจิตวิญญาณ อย่างสมดุล ซึ่งเริ่มได้ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ดังนั้น การจะปลูกฝังให้มีทักษะเหล่านี้ตั้งแต่วัยเด็ก คือความท้าทายใหม่ที่พ่อแม่และบุคลากรทางการศึกษาในปัจจุบันต้องหาทางรับมือ

สร้าง ‘ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21’ ได้ตั้งแต่เด็กด้วยหลักการ 7 Habits

‘ทักษะชีวิต’ สร้างได้ โดยนำหลักการ 7 อุปนิสัยของผู้มีประสิทธิผลสูง (The 7 Habit of Highly Effective People) ไปใช้กับเยาวชนทั้งที่บ้านและโรงเรียน โดย 3 อุปนิสัยแรก ได้แก่ การสร้างภาวะผู้นำในตนเอง การกำหนดเป้าหมาย และความรับผิดชอบต่อตนเอง อุปนิสัยที่ 4-6 เน้นพัฒนาทักษะของการแก้ไขปัญหา การสื่อสารและการทำงานกับผู้อื่น และอุปนิสัยที่ 7 จะช่วยเติมพลังชีวิตทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ ความคิด และจิตวิญญาณ เมื่อ 7 อุปนิสัยนี้กลายเป็นนิสัยของเด็กแล้ว ก็จะเกิดเป็นทักษะชีวิตที่พร้อมสำหรับศตวรรษที่ 21 และประเทศไทยยุค 4.0


7 อุปนิสัยไม่ได้เป็นหลักการอันสวยหรู หากแต่เป็นหลักการที่เป็นสากลและเหนือกาลเวลา คือเป็นจริงกับทุกคนและทุกยุคสมัย ที่ช่วยเสริมสร้างภาวะผู้นำและทักษะชีวิตให้กับเยาวชนในสถาบันการศึกษามาแล้วทั่วโลก ด้วยกระบวนการ ‘ผู้นำในตัวฉัน’ (The Leader in Me) ที่บูรณาการ 7 หลักการอันทรงพลังกับการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ เกิดเป็นวัฒนธรรมในโรงเรียน จนซึมซับเป็นอุปนิสัยแห่งความมีประสิทธิผลในตัวเด็ก ซึ่งเป็นรากฐานแห่งความสำเร็จในอนาคต

เรียบเรียงจาก: theleaderinmeblog

_____________________________________

ติดตามข่าวและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line: https://lin.ee/kyTQlvz
Youtube: https://pacrim.link/tipstotop
Spotify: https://pacrim.link/spotify
Facebook: https://pacrim.link/pacrimfb
Website: https://www.pacrimgroup.com/

Subscribe to our Youtube channel to learn the latest HRD trend