นวัตกรรมคือปัจจัยสำคัญที่นำมาซึ่งการเติบโตและอยู่รอดขององค์กรในโลกยุคปัจจุบัน ทว่าอะไรคือปัจจัยที่จะช่วยสนับสนุนให้นวัตกรรมเกิดขึ้นและงอกงามในองค์กร?
ที่ผ่านมาหลักสูตรด้าน Design Thinking หรือ Design Thinking for Business ถือเป็นเครื่องมือหรือกระบวนการสำคัญที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เมื่อองค์กรมองหาหลักสูตรด้านการพัฒนากระบวนการคิดสร้างสรรค์และการพัฒนานวัตกรรมให้เกิดขึ้นในองค์กร
หลักสูตร Design Thinking for Business
Design Thinking เป็นกระบวนการคิดเชิงออกแบบที่เน้นการทำความเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง การระดมสมองแนวคิดใหม่ ๆ และการสร้างต้นแบบเพื่อทดสอบและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง กระบวนการนี้ช่วยให้เราสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์และสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง
ในหลักสูตร Design Thinking for Business ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้เทคนิคและเครื่องมือสำคัญของ Design Thinking อาทิ การทำวิจัยผู้ใช้งาน การระดมสมอง การสร้างบอร์ดแนวคิด และการสร้างต้นแบบ ผ่านการบรรยาย กรณีศึกษา และการลงมือปฏิบัติจริง
ผู้เข้าอบรมจะได้ฝึกการนำ Design Thinking ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาทางธุรกิจและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ ๆ ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา การระดมสมองแนวคิด การสร้างต้นแบบ จนถึงการทดสอบและปรับปรุงต้นแบบกับกลุ่มเป้าหมาย
หลักสูตร Design Thinking for Business เหมาะสำหรับผู้บริหาร นักพัฒนาผลิตภัณฑ์ นักการตลาด และบุคลากรจากทุกสายงานที่ต้องการเสริมสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรม การเข้าร่วมหลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำกระบวนการ Design Thinking ไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์และสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าและองค์กรได้อย่างแท้จริง
Soft Skills: จิ๊กซอว์ที่ขาดหาย
อย่างไรก็ตาม การผลักดันให้นวัตกรรมเกิดขึ้นจริงในองค์กร ผ่านการคิดเชิงออกแบบ หรือกระบวนการอื่น ๆ จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยอื่น ๆ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ อาทิ การพัฒนาทักษะหรือมายด์เซตของการทำงานเป็นทีม และทักษะการสร้างและส่งมอบความไว้วางใจ หรือ Trust ฯลฯ เพราะไม่เช่นนั้น การ “ระดมสมอง” อาจจะกลายเป็นการ “ระบมสมอง” การคิดร่วมกัน อาจจะกลายเป็นต่างคนต่างคิด ฯลฯ
ความไว้วางใจ (Trust) จุดประกายนวัตกรรมในองค์กร
นวัตกรรมเป็นทักษะสำคัญในการจุดประกายการเติบโต และความไว้วางใจจุดประกายนวัตกรรม!
เราพบว่าบริษัทที่ทีมงานมีความไว้วางใจในกันและกันสูง มักจะมีนวัตกรรมในผลิตภัณฑ์และบริการที่พวกเขานำเสนอให้กับลูกค้ามากกว่าองค์กรทั่วไป และวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมที่แข็งแกร่ง จะเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่มีความไว้วางใจสูงเท่านั้น
นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์จะงอกงามและเติบโตได้จำเป็นต้องอาศัยเงื่อนไขสำคัญหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน สปิริตและความสามารถในการทำงานร่วมกัน ความกล้าเสี่ยง กล้าทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ สภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความปลอดภัยทางจิตใจและการอนุญาตให้ทำความผิดพลาดได้ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งเงื่อนไขทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการมีวัฒนธรรมของความไว้วางใจ
ดังเช่นที่ Michael Eisner อดีตประธานและซีอีโอของดิสนีย์ เคยกล่าวว่า
“เมื่อคุณกำลังพยายามสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ คุณต้องพร้อมที่จะยื่นอยู่บนชายขอบของความเสี่ยง” (When you’re trying to create things that are new, you have to be prepared to be on the edge of risk)
และแน่นอนว่า… การเสี่ยงต้องอาศัยความไว้วางใจ เพราะคงไม่มีพนักงานในองค์กรไหนที่จะกล้าเสี่ยงทำอะไรใหม่ ๆ ในองค์กรที่ผู้คนจ้องแต่คอยจับผิดกันและกัน ซึ่งการันตีได้เลยว่านวัตกรรมคงยากจะเกิดขึ้นได้จริง ๆ ในองค์กรประเภทนี้ หรือถ้าเกิดก็คงจะต้องไปซื้อมาหรือฟลุก
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรการพัฒนาความไว้วางใจของแพคริม: Leading at the Speed of Trust
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรการพัฒนาความคิดอย่างเป็นระบบและความคิดสร้างสรรค์ของแพคริม: Systematic & Creative Thinking (Pure & Simple)







