เมื่อคนต่างวัย ต่างความคิด ต่างประสบการณ์ ต้องลงเรือลำเดียวกัน ทำงานด้วยกันบนความแตกต่างที่หลายครั้งยากจะเข้าใจ จนสั่งสมกลายเป็นปมความขัดแย้งเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของความเครียดในที่ทำงานที่อึดอัดไม่กล้าพูด
VitalSmarts ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารในองค์กรสำรวจและเก็บข้อมูลออนไลน์ในหัวข้อ The Great Generational Divide จากตัวอย่าง 1,350 คน ในปี 2014 ผลการสำรวจชี้ว่า ช่องว่างระหว่างวัย คือสาเหตุสำคัญของความตึงเครียดที่แพร่อยู่ในองค์กร
• คนทำงานกว่า 1 ใน 3 คน เสียเวลากับความขัดแย้งเรื้อรังกับเพื่อนร่วมงานต่างวัยกว่า 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (คิดเป็น 12% ของเวลาทำงานในหนึ่งสัปดาห์)
• กว่า 25% ยอมรับว่าพยายามหลีกเลี่ยงที่จะมีความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานต่างวัย
• Baby Boomers (อายุ 49-67 ปี) และ Gen Y (อายุ 13-33 ปี) คือคน 2 เจเนอเรชันที่มีปัญหาในการทำงานร่วมกันมากที่สุด
ที่จริงแล้ว ‘ความขัดแย้ง’ ในที่ทำงานไม่ได้เกิดเฉพาะกับแค่สองเจนนี้เท่านั้น ผลสำรวจยังพบว่า “ความขัดแย้งนี้เกิดกับคนทุกเจน” เพราะมักมองกันในแง่ลบ จนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในองค์กรในที่สุด ที่แปลกคือไม่มีใครกล้าพูดสิ่งเหล่านี้ออกมา แล้วคนต่างเจนเหล่านั้นคิดอะไรอยู่ในใจ ลองมาฟังกันดูครับ
Baby Boomers คิดว่า คน Gen X และ Gen Y ไร้ระเบียบวินัย
ไม่มีความมุ่งมั่น ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน
โดยเฉพาะคน Gen Y ที่มักไม่รับผิดชอบคำพูดของตนเอง
Gen X คิดว่า Baby Boomers เป็นพวกหัวดื้อ เอาแต่แก้ตัว เหยียดเพศ
ไม่มีความสามารถ ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง และไม่มีความคิดสร้างสรรค์
ในขณะที่ก็มองคน Gen Y ว่าชอบอวดเก่งและมั่นใจเกินไป
Gen Y มอง Baby Boomers ไม่ต่างจากคน Gen X คือ เป็นพวกไม่ปรับตัว
กับการเปลี่ยนแปลง หัวดื้อ ไร้ศักยภาพ ไม่ใส่ใจความรู้สึกของคนอื่น
และติดอยู่กับกรอบเดิมๆ ที่สำคัญคือล้าหลัง ในขณะที่ก็มองคน Gen X
ว่าแก้ปัญหาไม่เก่งและทำอะไรเชื่องช้าไม่ทันโลก
ทุกเจนต่างก็มีสิ่งที่คิดในใจ แต่ที่ไม่สื่อสารกันเพราะปัญหาเดียวคือ “ไม่รู้ว่าจะพูดและรับมือความขัดแย้งนั้นอย่างไร” ผลสำรวจบอกว่ากว่า 25% ยอมรับว่าขอเลือกที่จะเลี่ยงมากกว่าจะกล้าเผชิญหน้าคุยกัน ด้วยเหตุผลที่น่าสนใจต่อไปนี้
- คน Gen Y ขาดความมั่นใจมากที่สุด เมื่อต้องพูดคุยเรื่องน่าหนักใจ
- เจนที่โตกว่า มักอารมณ์เสียง่าย กว่า 25% ยอมรับว่ามักหงุดหงิดเวลาต้องพูดเรื่องน่าหนักใจ
- เจนที่เด็กกว่า มักเกรงใจ เมื่อต้องพูดเรื่องความรับผิดชอบงานกับเจนที่โตกว่า
การหลีกเลี่ยงไปเรื่อยๆ ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น แต่ยิ่งซ้ำเติมปัญหาให้รุนแรงและเรื้อรังขึ้น แม้จะรู้อย่างนั้น แต่พอจะพูดออกมาก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร เพราะกลัวจะกระทบความสัมพันธ์และความรู้สึก ทักษะการพูดคุยจึงสำคัญอย่างยิ่งกับเรื่องแบบนี้
4 วิธีสื่อสารให้เข้าใจคนต่าง Gen
1. สร้างความรู้สึกปลอดภัยที่จะพูด
เริ่มต้นการพูดคุยด้วยการแสดงออกถึงการเคารพและให้เกียรติกัน สื่อสารเจตนาที่จริงใจที่จะหา “จุดมุ่งหมายร่วมกัน” เพื่อทำให้ต่างรับรู้ว่ามีความตั้งใจที่จะทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ เช่น เปิดเรื่องว่า “เจตนาที่ผมพูดเรื่องนี้ คือ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันของเราทั้งคู่” หรือ “ผมพูดเพราะเป็นห่วงและปรารถนาดี ต้องการช่วยเหลือและอยากช่วยแก้ปัญหาครับ” เป็นต้น ความรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะพูดหรือรับฟังมักเกิดจากการเดาเจตนาของอีกฝ่ายไปก่อนในเชิงลบ เลยพยายามเลี่ยงหรือถ้าได้พูดคุยก็จะคุยแบบไม่เปิดใจ
2. ตั้งต้นด้วยข้อเท็จจริง
อย่าใช้วัยวุฒิหรือข้อสรุปที่แต่งขึ้นมาเองตัดสินคนอื่น แต่ให้ใช้ ‘ข้อเท็จจริง’ เริ่มต้น หรือคือบอกพฤติกรรมที่สังเกตเห็นเท่านั้น อย่าพูดความรู้สึก ตัวอย่างเช่น “เมื่อสัปดาห์ก่อนคุณรับปากว่าจะส่งรายงานให้ผมวันพุธ วันนี้วันศุกร์แล้ว ผมยังไม่ได้รับเลย ไม่ทราบว่าติดขัดอะไรหรือเปล่าครับ”
3. อย่าปล่อยให้เข้าใจผิด
หากอีกฝากเริ่มแสดงอาการไม่ไว้วางใจ ให้กลับมาอธิบายเน้นย้ำถึงเจตนาดีตั้งต้นที่ดีของเรา ถามไถ่ความรู้สึกหรือข้อกังวลใจที่เขาอาจอยากจะบอก เช่น “เจตนาที่ผมถามถึงรายงานนี้เพราะอยากทราบว่าติดปัญหาอะไรอยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ ผมอยากให้สบายใจที่จะบอกผม ผมไม่ได้มีเจตนาอยากให้รู้สึกอึดอัดใจใดๆ นะครับ” และอาจอธิบายต่อไปว่าสิ่งนั้นสำคัญอย่างไร เช่น “ผมต้องส่งรายงานให้ลูกค้าตรงเวลา เลยถามดูครับ เผื่อว่าถ้าติดขึ้นตรงไหนจะได้ช่วยได้ เพื่อให้งานเสร็จทันลูกค้าครับ”
4. ชวนให้อีกฝ่ายเปิดใจ
หลังจากอธิบายข้อกังวลใจจนหมดแล้ว เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พูดและแบ่งปันสิ่งที่เขาคิดในแง่มุมของเขาบ้าง พร้อมทั้งสร้างบรรยากาศการพูดคุยที่ทำให้อยากเล่าความรู้สึกอย่างเปิดเผยและแสดงความคิดเห็นตรงไปตรงมา
เพราะ “ความขัดแย้งนี้เกิดกับคนทุกเจน” อย่างเช่นที่ผลสำรวจบอก ดังนั้น ไม่ว่าเจนใดก็ตามอย่านิ่งเงียบแล้วไม่สื่อสารออกมา เพราะยิ่งเก็บไว้ ยิ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่จะส่งผลต่อทุกคนในองค์กรในที่สุด แต่ที่สำคัญคือ ต้องรู้จักวิธีการสื่อสารกันด้วยนะครับ
เรียบเรียงจาก: VitalSmarts
___________________________________
ติดตามข่าวและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line: https://lin.ee/kyTQlvz
Youtube: https://pacrim.link/tipstotop
Spotify: https://pacrim.link/spotify
Facebook: https://pacrim.link/pacrimfb
Website: https://www.pacrimgroup.com/







