5 อันดับพฤติกรรมฉุดรั้งความก้าวหน้า

VitalSmarts ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาภาวะผู้นำ ทำการสำรวจออนไลน์ในหัวข้อ ‘การเอาชนะนิสัยที่ฉุดรั้งความก้าวหน้า’ (Overcome Career-Limiting Habits) กับพนักงานและหัวหน้าจำนวน 972 คน ผลสำรวจพบว่า

  • กว่า 97% ยอมรับว่ามีนิสัยเหล่านี้เป็นอุปสรรคฉุดรั้งศักยภาพในการทำงาน ซึ่งส่งผลต่อการขึ้นเงินเดือนและเลื่อนตำแหน่ง
  • หัวหน้าเกือบ 50% บอกว่าลูกน้องที่ไม่ก้าวหน้ามีนิสัยเหล่านี้
  • หัวหน้าราว 46% มองว่าการแก้นิสัยที่ไม่ดีเหล่านี้จำเป็นยิ่งกว่าการพัฒนาทักษะการทำงานถึง 3 เท่า
  • หัวหน้าส่วนใหญ่พบว่ามีลูกน้องเพียง 10-20% เท่านั้นที่แก้นิสัยเหล่านี้ได้จริงและยั่งยืน


จากผลสำรวจพบว่า 5 อันดับพฤติกรรมที่คอยฉุดรั้งความก้าวหน้าในการทำงาน ได้แก่
1. ทำงานไม่เป็นระบบ
ขาดการวางแผนงานและจัดลำดับความสำคัญ ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร เพื่ออะไร และผลลัพธ์ของงานที่ทำอยู่ตรงไหน ส่งผลให้การทำงานไม่มีประสิทธิผล เกิดความผิดพลาดซ้ำซ้อนและล่าช้า

2. “มันไม่ใช่หน้าที่”
เมื่อได้รับมอบหมายงานที่นอกเหนือจากหน้าที่ของตัวเอง ก็จะปฏิเสธทันที ขอเกี่ยงความร่วมมือไว้ก่อน แม้จะเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้ลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อเติบโตในสายงาน

3. ผัดวันประกันพรุ่ง
วันนี้ยังไม่อยากทำ เอาไว้ค่อยทำพรุ่งนี้ ผัดวันไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีงานใหม่ก็ต่อแถวรออยู่อีกเพียบ สุดท้ายก็เครียดเพราะต้องกดดันตัวเองเพื่อปั่นให้ทันกำหนด งานที่ได้ก็ออกมาไม่ดี หัวหน้าไม่ปลื้ม

4. ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
“ที่ทำก็ดีอยู่แล้ว จะเปลี่ยนแปลงทำไม” กลัวในสิ่งที่ไม่เคยรู้หรือไม่เคยมีประสบการณ์ กลัวที่จะต้องเดินออกจาก comfort zone ขออยู่แบบเดิม ทำงานแบบเดิมๆ แม้รู้ว่าอยู่ในโลกที่ไม่เคยหยุดหมุนและทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงทุกวัน

5. มีทัศนคติเชิงลบ
การเป็นคนที่มองอะไรเชิงลบไปหมดทำให้เพื่อนร่วมงานต้องส่ายหน้าหนี เพราะไม่มีใครอยากทำงานกับคนที่ส่งต่อพลังด้านลบให้คนรอบข้าง งานที่ว่ายากก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก เพราะไม่ได้เหนื่อยแค่งานอย่างเดียว แต่ยังทำให้เหนื่อยใจด้วย


แม้จะมีคนยอมรับว่ามีนิสัยที่ส่งผลเสียต่อความก้าวหน้าเหล่านี้ แต่กลับมีไม่กี่คนที่เปลี่ยนแปลงนิสัยได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นตัวฉุดรั้งความก้าวหน้า และส่งผลต่ออนาคตแค่ไหน แต่กลับเป็นเรื่องยากที่คนส่วนมากยังเอาชนะไม่ได้ สาเหตุเป็นเพราะการมองไม่เห็นสิ่งที่เป็นแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลง เช่น

  • ขาดความมั่นใจในการเปลี่ยนแปลง เพราะพฤติกรรมดีๆ มักเป็นเรื่องน่าเบื่อ ไม่สนุกที่จะทำ หรือไม่ตระหนักถึงผลกระทบจากการไม่เปลี่ยนพฤติกรรม
  • ขาดทักษะที่จำเป็น เช่น ทักษะการควบคุมอารมณ์ ความอดทอดกลั้น หรือทักษะในการทำงานเป็นทีม เป็นต้น
  • ไม่ได้รับการสนับสนุนหรือให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงจากคนรอบข้าง ขาดผู้ให้คำชี้แนะหรือให้ฟีดแบ็คเวลาที่ต้องเผชิญปัญหา
  • สภาพแวดล้อมรอบตัวไม่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง บางทีการทำงานไม่เป็นระบบหรือนิสัยผัดวันประกันพรุ่งก็อาจจะมีสาเหตุจากขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนเกินความจำเป็นหรือขาดอุปกรณ์สนับสนุนการทำงานที่ดีพอ เลยทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายในการทำงาน


6 วิธีหยุดพฤติกรรมฉุดรั้งความก้าวหน้า
1. ตั้งปณิธานสร้างแรงบันดาลใจ
เมื่อรู้สึกว่าขาดแรงบันดาลใจที่จะแก้นิสัยที่ไม่ดีในการทำงาน ให้คิดถึง ‘ผลเสียในอนาคต’ ที่จะตามมา จินตนาการถึงภาพหน้าที่การงานในอนาคต หากคุณยังทำเหมือนเดิมและไม่เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ การสร้างแรงบันดาลใจจึงจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับสิ่งที่เราให้คุณค่า เช่น เพื่ออนาคตของครอบครัว เพื่อสร้างคุณค่าให้กับตัวเองมากขึ้น หรือเพื่อความภาคภูมิใจของคนที่เรารัก

2. ลงทุนพัฒนาตนเอง
พัฒนาตนเองให้เป็นมืออาชีพที่พร้อมสำหรับโอกาสอยู่เสมอ อ่านหนังสือดีๆ เพื่อให้ได้ความคิดใหม่ๆ เข้าสัมมนาอบรมเพิ่มพูนทักษะต่างๆ เช่น การสื่อสารและการพัฒนาภาวะผู้นำ จะทำให้สามารถเรียนรู้แลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้อื่น และอาจช่วยสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ได้ด้วย แต่อย่าลืมว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น

3. จัดการสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน
เปิดรับพลังที่ช่วยให้การสร้างนิสัยใหม่เป็นเรื่องง่ายจากสิ่งรอบตัว เช่น การขอย้ายไปอยู่ทีมที่ได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ จัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เป็นระเบียบ จัดการเอกสารที่เป็นระบบ ทำห้องทำงานที่มีแสงสว่างเพียงพอ หลายคนวุ่นวายอยู่ที่โต๊ะทำงานทั้งวันไปกับงานที่กองอยู่เต็มโต๊ะ แค่ลองเปลี่ยนที่นั่งทำงานใหม่ดู ก็อาจช่วยให้หลุดออกจากแรงดึงดูดเหล่านั้นไปได้มากทีเดียว

4. หาพี่เลี้ยง
การเปลี่ยนนิสัยจำเป็นต้องมีตัวช่วย หาพี่เลี้ยงสักคนที่ไว้ใจเพื่อคอยส่งเสริมให้พัฒนาตัวเองและชี้นำโอกาสการเติบโตในองค์กร หาเพื่อนที่มีความเป้าหมายเดียวกัน ประกาศความตั้งใจของเราแล้วขอให้เขาชี้แนะหรือให้ฟีดแบ็ค นอกจากเพื่อนแล้ว หัวหน้าก็เป็นอีกคนหนึ่งที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ ที่สำคัญคือต้องบอกความตั้งใจของเราให้ชัดเจนก่อนว่าอยากให้เขาเหล่านั้นช่วยเหลืออย่างไร

5. ท้าทายตัวเอง
ให้รางวัลตัวเองเมื่อทำได้สำเร็จในทุกเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ เช่น ถ้าทำสำเร็จก็จะเอาเงินก้อนนี้ไปซื้อของเป็นรางวัลให้ตัวเอง แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ ให้นำเงินไปบริจาคแทน เป็นการท้าทายความสามารถและช่วยให้กระตือรือร้นกับการทำงานมากยิ่งขึ้น

6. อยู่กับคนขยัน
ออกจากกลุ่มเพื่อนที่มีแต่ส่งต่อพลังด้านลบ แล้วเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนที่ขยันขันแข็งและมีเป้าหมายการทำงานเดียวกัน เพื่อได้รับและซึมซับแต่สิ่งดีๆ และแรงผลักดันเชิงบวกของคนรอบตัว ซึ่งจะช่วยให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

ที่มา: VitalSmarts

______________________________

ติดตามข่าวและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line: https://lin.ee/kyTQlvz
Youtube: https://pacrim.link/tipstotop
Spotify: https://pacrim.link/spotify
Facebook: https://pacrim.link/pacrimfb
Website: https://www.pacrimgroup.com/

Subscribe to our Youtube channel to learn the latest HRD trend