เคยเช็คกรอบความคิดของตัวเองกันไหมครับ?
Stephen R. Covey บอกเราว่า กรอบความคิดคือการมองโลกผ่านมุมมองและประสบการณ์ตนเอง เป็นเสมือนแผนที่ในใจ ซึ่งส่งผลต่อสิ่งต่างๆ ในชีวิต หนังสือ Mindset: The New Psychology of Success ของ Carol Dweck นักวิจัยและพัฒนาด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดแบ่งกรอบความคิดออกเป็น 2 ประเภท คือ กรอบความคิดแบบเปิดกว้าง (Growth Mindset) และกรอบความคิดแบบปิดตาย (Fixed Mindset) ซึ่งส่งผลต่อมุมมองและการกระทำที่แตกต่างอย่างน่าสนใจ
กรอบความคิดแบบปิดตาย (Fixed Mindset)
มุมมองเรื่องความสามารถ:
เชื่อว่าความสามารถเป็นเรื่องของพรสวรรค์ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ฉะนั้น การพยายามเปลี่ยนสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้นั้นจึงเป็นเรื่องที่ไร้สาระมาก นิยมทำอะไรแบบเดิมตามความเคยชิน ไม่พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่หรืออะไรก็ตามที่ยุ่งยากซับซ้อน เพราะตีกรอบตัวเองว่าศักยภาพของคนเรามีจำกัด เราทำได้เท่าที่ศักยภาพเรามี งานอะไรที่ยากๆ อย่าเอามาให้แตะเด็ดขาด
มุมมองเรื่องอุปสรรค:
ท้อแท้และหมดกำลังใจ ทำไมชีวิตมีแต่อุปสรรคเต็มไปหมด พยายามหลีกเลี่ยงและอยากจะเดินหนีออกจากปัญหาให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าความล้มเหลวจะทำให้คุณค่าในตัวเองลดลง คนกลุ่มนี้จึงไม่กล้าเอาตัวเองออกจาก Comfort Zone เพราะกลัวความผิดพลาดที่ตัวเองไม่สามารถรับมือได้ กลัวการถูกวิพากษ์วิจารณ์ และจะเอาแต่โทษตัวเองว่าไร้ความสามารถ
คำพูดติดปาก:
“ทำได้แค่นี้แหละ ก็ไม่ถนัดนี่นา”
“ความสามารถของเราไม่น่าจะถึง”
“ถ้าทำพลาดขึ้นมา ต้องตายแน่ๆ”
“ถ้าทำไปไม่ดี ต้องโดนด่าแน่นอน”
กรอบความคิดแบบเปิดกว้าง (Growth Mindset)
มุมมองเรื่องความสามารถ:
เชื่อว่าความสามารถเป็นสิ่งที่เรียนรู้และสร้างได้ เชื่อในศักยภาพของคน เชื่อว่าคนเราเปลี่ยนแปลงได้ พัฒนาได้ แม้จะช้าเร็วต่างกัน แต่ช้า ก็ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้ คนกลุ่มนี้พร้อมที่จะเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เรื่องไหนยิ่งยาก ยิ่งท้าทาย ยิ่งสนุก อะไรที่ง่ายๆ ซ้ำๆ เป็นเรื่องน่าเบื่อที่สุด
มุมมองเรื่องอุปสรรค:
นี่เป็นโอกาสทองที่จะได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองเพราะทุกอย่างคือสิ่งที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาปรับปรุงได้อยู่แล้ว ความพยายามและทุ่มเทคือหนทางแห่งการฝึกฝนทักษะชั้นยอด
คำพูดติดปาก:
“ทำได้ช้า ก็ไม่ได้แปลว่าจะทำไม่ได้”
“หากพยายามมากพอ ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้”
“ลองสักตั้งแล้วกัน ถ้าพลาด ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์”
“ถ้าคนอื่นทำได้ ทำไมฉันจะทำไม่ได้”
เปลี่ยนกรอบความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน
Carol Dweck พบว่า คนที่มีกรอบความคิดแบบเปิดกว้าง จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่า เพราะในขณะที่คนที่มีกรอบความคิดแบบปิดตายพอใจที่จะหยุดนิ่งอยู่กับที่ พวกที่มีกรอบความคิดแบบเปิดกว้างก็จะพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะเชื่อว่าศักยภาพเป็นพัฒนาได้และไร้ขีดจำกัด ไม่มีใครเก่งตั้งแต่เกิด แต่เก่งขึ้นได้เพราะเรียนรู้จากการลงมือทำและความผิดพลาด
การสร้าง Growth Mindset อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทำได้ชั่วข้ามคืน หากแต่ต้องใช้ความพยายามและความกล้าที่จะเดินออกมาจากกรอบความคิดแบบเดิม แล้วมาลองทำสิ่งใหม่ที่ท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง บอกลาคำว่า ‘ทำไม่ได้’ ไปซะ เพราะแค่วันนี้เท่านั้นที่เรา ‘ยังทำไม่ได้’ แต่เมื่อพยายามมากพอ วันหน้าก็ย่อมต้อง ‘ทำได้’ อย่างแน่นอน
“หากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตเพียงเล็กน้อย จงเปลี่ยนที่พฤติกรรมแต่หากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ จงเปลี่ยนที่กรอบความคิด”
—Stephen R. Covey
ขอบคุณแหล่งข้อมูล:
กัมบัตเตะเนะ เพราะความสำเร็จไม่มีทางลัด
a-academy.net
______________________________







